แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4   
รายวิชา เศรษฐศาสตร์น่ารู้ 1   รหัสวิชา ง 40291                    ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
  
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์    จำนวน 8 ชั่วโมง
  
เรื่อง   อุปสงค์ และอุปทาน
ผู้สอน นางพรพรรณ  สุริยมณฑล                                          จำนวน 2 ชั่วโมง

.

สาระที่ 1 การดำรงชีวิตและครอบครัว

                มาตรฐาน ง 1.1   เข้าใจ มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะ มีคุณธรรม มีจิตสำนึกในการใช้พลังงานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน เพื่อการดำรงชีวิตและครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับงานบ้าน งานเกษตร งานช่าง งานประดิษฐ์ และงานธุรกิจ

           

สาระสำคัญ

                โดยปกติแล้ว อุปสงค์ หรือความต้องการของผู้ซื้อที่จะซื้อสินค้าหรือบริการของผู้บริโภค มักจะเปลี่ยนแปลงไปในทางตรงกันข้ามกับราคา  ส่วนอุปทานหรือการตอบสนองต่อราคาของผู้ขายมักจะเปลี่ยนไปในทางเดียวกับราคา และการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทาน  กฎของอุปสงค์ และกฎของอุปทาน  ดุลยภาพของตลาด ความยืดหยุ่นของอุปสงค์และอุปทาน

 

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

                มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอุปสงค์  อุปทาน กฎของอุปสงค์  กฎของอุทาน นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

 

จุดประสงค์การเรียนรู้

  1. อธิบายความหมายของอุปสงค์และกฎของอุปสงค์ได้
  2. อธิบายความหมายของอุปทานและกฎของอุปทานได้
  3. นำความรู้เรื่องอุปสงค์และอุปทานไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

 

สาระการเรียนรู้

    1. ความหมายของอุปสงค์
    2. ความหมายของอุปทาน
    3. กฎของอุปสงค์
    4. กฎของอุปทาน
    คุณธรรม  จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

     

    คุณธรรม  จริยธรรม
    และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

    ตัวบ่งชี้

    1. ความใฝ่รู้  ใฝ่เรียน

    1. การเข้าห้องตรงเวลา
    2. ตั้งใจทำกิจกรรม

    2. ความรับผิดชอบ

    1. การทำงานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จตรงเวลา
    2. การเอาใจใส่มุ่งมั่นปฏิบัติงานจนสำเร็จ

    3. การประหยัด

    1. ออกจากห้องปิดไฟ
    2. การใช้สิ่งของไม่ฟุ่มเฟือย

    4. ความมีระเบียบวินัย

    1. แต่งกายถูกระเบียบของโรงเรียน
    2. ทำงานสะอาดเรียบร้อย

    5. ความซื่อสัตย์

    1. ไม่ลอกงานเพื่อน
    2. ทำแบบทดสอบด้วยตนเอง

     

    การเตรียมตัวก่อนสอน

    1. ครูศึกษารายละเอียดการสอนจากแผนการจัดการเรียนรู้
    2. แบ่งกลุ่มนักเรียน  กลุ่มละ 4-6 คน  แล้วให้แต่ละกลุ่มไปสอบถาม  และจดราคาสินค้า  และปริมาณสินค้าการขายในตลาด  กลุ่มละ  1  ชนิด  จากแม่ค้าทุกวัน  เป็นเวลา 7  วันแล้วนำมาสรุปในรูปแบบตาราง  และนำมาจัดป้ายนิเทศหน้าชั้นเรียนพร้อมทั้งให้สอบถามแม่ค้าว่า  ถ้าราคาสินค้าสูงขึ้น  ผู้ขายต้องการนำสินค้าออกขายเพิ่มขึ้นหรือลดลง 

     

     กระบวนการจัดการเรียนรู้

    ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

    (ชั่วโมงที่ 1)

    1. สร้างบรรยากาศก่อนเรียนด้วยรอยยิ้มอันแจ่มใส
    2. ครูแนะนำการใช้หนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส์ลักษณะมัลติมีเดีย  จากเครื่องคอมพิวเตอร์
    3. นักเรียนดูผลการเรียนรู้ที่คาดหวังและจุดประสงค์การเรียนรู้จากหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ลักษณะมัลติมีเดีย  เรื่อง อุปสงค์ และอุปทาน
    4. นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4  ตัวเลือกจำนวน  10 ข้อ    เรื่องอุปสงค์ และอุปทาน  นักเรียนทำลงในกระดาษคำตอบที่ครูแจกให้
    5. ครูถามนักเรียนว่า ถ้าราคาส้มเขียวหวานกิโลกรัมละ 10  บาท นักเรียนจะซื้อกี่กิโล  ถ้าราคาส้มเขียวหวานกิโลกรัมละ 20 บาท  นักเรียนจะซื้อส้มเขียวหวานเพิ่มขึ้นหรือลดลง

                                    (แนวคำตอบ ซื้อส้มเขียวหวานลดลง)

     

    ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้

    1. ครูสุ่มนักเรียน 5  คน  ออกมารายงานหน้าชั้นเรียนว่า  ถ้าราคาสินค้าสูงขึ้นผู้ขายจะต้องการนำสินค้าออกขายเพิ่มขึ้นหรือลดลง  และจากตารางสินค้าที่ป้ายนิเทศนั้น  ถ้าราคาสินค้าสูงขึ้น  ผู้ซื้อจะซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นหรือลดลง
    2. ครูให้นักเรียนศึกษาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ลักษณะมัลติมิเดีย การ์ตูนเรื่องอุปสงค์ และอุปทาน  จากเครื่องคอมพิวเตอร์

                    (ชั่วโมงที่ 2)

    1. แบ่งกลุ่มนักเรียนกลุ่มละ 4-6  คน  ให้แต่ละกลุ่มอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับอุปสงค์และอุปทานในใบงานที่ 4.1

                    ขั้นสรุป

      1. ตัวแทนกลุ่มออกมารายงานผลการอภิปรายและการสรุปหน้าชั้น    ขณะที่นักเรียนปฏิบัติกิจกรรม ครูประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม  โดยใช้แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม 
      2. นักเรียนและครูร่วมกันสรุป ความหมายของ อุปสงค์  อุปทาน  กฎของอุปสงค์ และกฎของอุปทาน  จนได้บทสรุปว่า

                      อุปสงค์   หมายถึง  ความต้องการซื้อสินค้าของผู้บริโภค ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง

                      อุปทาน  หมายถึง  ความต้องการขายสินค้าของผู้ผลิต ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง

                      กฎของอุปสงค์ กล่าวว่า       ถ้าราคาสินค้าสูงขึ้น  ผู้ซื้อจะซื้อสินค้าปริมาณลดลง

                                                                      ถ้าราคาสินค้าลดลง   ผู้ซื้อจะซื้อสินค้านั้นปริมาณเพิ่มขึ้น

                      สรุปได้ว่า  ราคาสินค้า  และ ปริมาณ  จะเปลี่ยนแปลงไปในทางตรงกันข้าม

                      กฎของอุปทาน กล่าวว่า       ถ้าราคาสินค้าลดลง  ผู้ขายจะขายสินค้าปริมาณน้อยลง

                                                              ถ้าราคาสินค้าสูงขึ้น  ผู้ขายจะขายสินค้าปริมาณมากขึ้น

                      สรุปได้ว่า  ราคาสินค้า และปริมาณ  จะเปลี่ยนแปลงไปในทางเดียวกัน

      .

      1. ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดที่ 4.1 ลงในสมุดของนักเรียน
      2. ครูแจกบัตรเฉลยแบบฝึกหัดที่ 4.1  นักเรียนเปลี่ยนกันตรวจส่งผลคะแนนคำตอบให้ครู
      3. นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4  ตัวเลือกจำนวน  10 ข้อ  เรื่อง  อุปสงค์ และอุปทาน  นักเรียนทำลงกระดาษคำตอบที่ครูแจกให้
      4. นักเรียนตรวจแบบทดสอบหลังเรียนด้วยตนเอง  เพื่อวัดความซื่อสัตย์ของนักเรียน  รวมคะแนนและแจ้งให้ครูบันทึกไว้เพื่อเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน
      5. นักเรียนทำแบบประเมินตนเองด้านคุณธรรม  จริยธรรม  และคุณลักษณะอันพึงประสงค์  รวมคะแนนและหาค่าเฉลี่ย  พร้อมส่งแบบประเมินให้ครูบันทึกไว้

       

      สื่อการเรียน

        1. หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ลักษณะมัลติมีเดีย เรื่อง อุปสงค์ และอุปทาน
        2. คอมพิวเตอร์
        3. ใบงานที่ 4.1
        4. แบบฝึกหัดที่ 4.1
        5. แบบประเมินผลงานกลุ่ม
        6. แบบประเมินด้านคุณธรรม  จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
        7. แบบทดสอบก่อน / หลังเรียน

       

       แหล่งเรียนรู้

        1. ห้องสืบค้นสมุดโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย
        2. อินเตอร์เน็ต
        3. ห้องคอมพิวเตอร์ 131

        การวัดและประเมินผล

        1. วิธีการวัดและประเมินผล
          • ตรวจแบบทดสอบก่อน / หลังเรียน  แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน  10 ข้อ
          • ตรวจใบงานที่  4.1  เรื่อง อุปสงค์และอุปทาน
          • ตรวจคำตอบแบบฝึกหัดที่ 4.1  เรื่อง อุปสงค์และอุปทาน
          • ประเมินผลงานกลุ่ม
          • ประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
        2. เครื่องมือการวัดและประเมินผล
          • แบบทดสอบก่อน / หลังเรียน  จำนวน  10 ข้อ แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน  10 ข้อ (ข้อละ 1 คะแนน)
          • ใบงานที่  4.1  เรื่อง เรื่อง อุปสงค์และอุปทาน                                                     

        เกณฑ์การให้คะแนน ใบงานที่ 4.1

        ระดับดี

        8-10  คะแนน

        ให้เหตุผลในการตอบได้เหมาะสม  7-8  ข้อ

        ระดับพอใช้ 

        5-7    คะแนน 

        ให้เหตุผลในการตอบได้เหมาะสม  5-6  ข้อ

        ระดับปรับปรุง

        0-4    คะแนน  

        ให้เหตุผลในการตอบได้เหมาะสม  0-4  ข้อ

              
        • คำถามในแบบฝึกหัดที่ 4.1 เรื่อง  อุปสงค์และอุปทาน (ข้อละ 1 คะแนน)
        • แบบประเมินผลงานกลุ่ม  เกณฑ์การประเมิน  ดีมาก  ดี  พอใช้  ปรับปรุง
        • แบบประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์  เกณฑ์การประเมิน  ดีมาก  ดี  พอใช้      
        1. เกณฑ์การวัดและประเมินผล
          • ทำแบบทดสอบหลังเรียน  ได้คะแนนร้อยละ  80 ขึ้น
          • ตอบบัตรคำถามในแบบฝึกหัดที่ 4.1    ได้คะแนนร้อยละ  80 ขึ้น
          • ทำใบงานที่  4.1  ได้คะแนนร้อยละ  80 ขึ้นไป
          • ประเมินผลงานกลุ่ม ได้ในระดับ  ดี  ขึ้นไป
          • ประเมินด้านคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์  ได้ ในระดับ  ดี  ขึ้นไป

        กิจกรรมเสนอแนะ

          • นักเรียนสรุปองค์ความรู้ด้วยตนเอง  และศึกษาความรู้เพิ่มเติม จากหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ลักษณะมัลติมิเดีย เรื่อง อุปสงค์ และอุปทานที่บ้านโดยสำเนาแผ่นซีดีจากครู หรือศึกษาได้ที่ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 131 

          .

   By : Mrs Pornpan Suriyamonton